พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019-2020 ฤดูกาลที่แตกต่าง

ในฤดูกาล 2019-2020 ของการแข่งขันฟุตอบลต่างๆ ทั่วไปรวมถึง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่สับสนวุ่นวายและไร้ความสนุกตื่นเต้นเหมือนที่เคยเป็นมา เพราะจู่ๆ ใกล้สิ้นฤดูกาลก็ต้องหยุดการแข่งขันเพราะโรคระบาดโควิด19 เมื่อเวลาผ่านไปและกลับมาเตะตกันใหม่ ความต่อเนื่องและอารมณ์ของแฟนๆ ก็ขาดตอนเสียแล้ว

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ" รวมข่าวเกี่ยวกับ "พรีเมียร์ลีก อังกฤษ" เรื่องราวของ"พรีเมียร์ลีก  อังกฤษ"

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับการสิ้นสุดของฤดูกาล 2019-2020

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อมาถึงจุดสุดท้าย ทุกอย่างก็ต้องมีการสิ้นสุด พรีเมียร์ลีกของเมื่อก็จบลงได้แบบสมบูรณ์ในช่องทางที่ควรจะเป็น วันนี้เรามีดูสรุปผลการแข่งขันกันว่าทีมใดยังอยู่ ทีมใดตกชั้นและทีมที่ครองลำดับต้นๆ ของตารางได้คะแนนมากน้อยกันอย่างไรบ้าง ติดตามกันได้เลย

อันดับ 1 จากตารางคะแนนการแข่งขันพรีเมียร์ลีก

สำหรับตารางอันดับคะแนนเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2019-2020 ของ พรีเมียร์ลีก ผลที่ออกมาปรากฏว่าทีมหงษ์แดงลิเวอร์พลู รั้งอันดับที่ 1 ด้วยคะแนน 99 คะแนนหลังจากที่เมื่อฤดูกาลที่แล้ว 2018-2019 ได้คะแนนถึง 97 คะแนนแต่พลาดท่าให้กับแชมป์เก่าทีมเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ไปแบบนิ่มๆ

กลับมาฤดูกาลนี้ความแค้นต้องชำระและสามารถทำได้สำเร็จเมื่อ 97 คะแนนไม่ได้เป็นแชมป์ครั้งนี้เอา 99 คะแนนกันไปเลย โดยอาสัยทั้งดวงและโชคร่วมด้วย ต่างไปจากทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่าที่ฟอร์มตกลงเหวเห็นได้อย่างชัดเจน โดยหงษ์แดงสามารถการันตีความเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ตั้งแต่ในนัดที่ 31 ของรายการซึ่งเป็นการได้แชมป์ที่เร็วที่สุดทำลายสถิติที่ทีมปีศาจแดงแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเคยทำไว้ในนัดที่ 37 ลงอย่างไม่น่าเชื่อ และ 30 ปีที่รอคอมก็สำเร็จลงด้วยการคว้าแชมพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่ 2019-2020 นั่นเอง

ทีมสโมสรในอันดับอื่นๆ ที่น่าสนใจในพรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019-2020 ยังเกิดสถิติอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งน่าจดจำและไม่น่าจดจำ ในตารางอันดับคะแนน สโมสรแต่ละแห่งมีอันดับคะแนนและความน่าสนใจดังนี้

  • อันดับที่ 2 ตกเป็นของแชมป์เก่า ทีมเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จบด้วย 81 คะแนนเนื่องจากอาการบาดเจ็บของผู้เล่นตัวสำคัญหลายตัวไม่ว่าจะเป็นเอเมอริก ลาปอร์กต์ และแว็งซ็องต์ กอมปานี ที่เจ็บหนักทำให้เกมรับเสียสมดุลและเสียประตูไปแบบง่ายๆ หลายครั้งในหลายเกมแม้กระทั่งการลงแข่งกับทีมน้องใหม่อย่างทีมนอริช ซิตี้ ก็ยังพบกับความพ่ายแพ่ไป 2-3

อย่างไรก็ตามอดีตแชมพรีเมียร์ลีกก็ยังคงครองประทับใจได้ไม่น้อยเมื่อปรากฏว่านักเตะในทีม 5 คนสามารถทำประตูในฤดูกาลเดียวกันได้มากกว่า 10 ประตูกันทุกคนได้แก่ ราฮีม สเตอร์ลิง จำนวน 20 ประตู, เซร์คิโอ อเกวโร จำนวน 16 ประตู, กาเบรียล เชซุส จำนวน 14 ประตู, เควิน เดอ บรุนด์ จำนวน 13 ประตู และริยาด มาห์เรซ จำนวน 11ประตู

  • อันดับที่ 3 พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้แก่ทีมปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีทั้งหมด 66 คะแนโดยผลต่างประตูได้เสียอยู่ที่ +30 ในช่วงเริ่มต้นของฤดูกาลกับการนำทัพของ โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ผู้จัดการทีมชาวนอร์เวย์ สามารถสร้างผลงานได้แต่ทว่าไม่มีความสม่ำเสมอ หาความแน่นอนในฝีมือและผลงานของทีมไม่ได้และที่สำคัญ มันสมองของทีมอย่างเจสซี ลินการ์ด และ อันเดรียส เปเรรา กลับไม่สามารถนำพาทีมไปได้ ทุกครั้งที่ลงเล่นปราศจากทิศทางที่แน่นอน

นอกจากนี้การที่สโมสรปล่อยตัวผู้เล่นเกมรุกอย่างอเล็กซิส ซานเชซ และ โรเมลู ลูกากู ออกจากทีมโดยไม่มีนักเตะคนใดสามารถเข้ามารับหน้าที่เกมบุกแทนได้ อีกทั้งยังได้ปล่อยตัวแอชลีย์ ยัง แข้งจอมเก๋าออกไปอีก ก็ยิ่งทำให้สภาพของทีมย่ำแย่ลง แต่ในช่วงท้ายฤดูกาลทีมปีศาจได้ยังได้ตัวบรูโน เฟอร์นันเดส เพลย์เมกเกอร์ตัวเก่งมาช่วยทีมได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งการทำประตูในระยะใกล้และระยะไกล รวมถึงการแอสซิสต์อีกหลายครั้งจนทีมปีศาจแดงถูกยกระดับขึ้นทันตาเห็น และสามารถพาทีมจบที่อันดับ 3 ของตารางและมีสิทธิเข้าไปเตะในถ้วยใบใหญ่ของยุโรปได้อีกด้วย

  • อันดับที่ 4 สโมสรสิงห์โตน้ำเงินคราม เซลซี มี 66 คะแนน ผลต่างประตูได้เสียอยู่ที่ +15 ภายใต้การทำทีมของแฟรงค์ แลมพาร์ด ที่เข้ามาคุมทีมด้วยข้อจำกัดสภาพของทีมหลายด้านไม่ว่าจะเป็นการเสียแนวรุกคนสำคัญอย่าง แลมพาร์ดเลือกที่จะพาทีมไปด้วยนักเตะรุ่นใหม่แทนที่จะมั่วนั่งเสียดายสิ่งที่เสียไปแล้ว ด้วยการนำเอา แทมมี อับราฮัม, เมสัน เมาท์, คัลลัม-ฮัดสัน โอดอย , คริสเตียน พูลิซิช มาร่วมทีมและสามารถรักษาอันดับในตารางอยู่ในกลุ่มท๊อปไฟว์ได้เป็นเวลานาน จนสามารถประคองนำทีมเข้าป้ายในอันดับที่ 4 พร้อมรับสิทธิไปสู้ศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ได้ตามเป้าหมาย
  • อันดับที่ 5 สโมสรจิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ ซิตี้ จบด้วยคะแนนรวม 62 คะแนน แม้จะมีการขายนักเตะตัวเก่งอย่างแฮร์รี แม็กไกวร์ ไปให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ก็สามารถนำเอา ชักลาร์ โซยุนชู ขึ้นมาทดแทนได้และผลงานผ่านออกมาดีเยี่ยมและมีโอกาสลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อีกสมัยแต่เมื่อเข้าสู่เกมที่ 18 เป็นต้นไป เจมี วาร์ดี ดาวยิงตัวเก่งปืนฝืดติดต่อกันหลายนัดทำให้ทีมหมดโอกาสในการลุ้นแชมป์อีกครั้ง และยังต้องเสียโอกาศในการชิงตัวไปเล่นในรายการยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีกให้ทีมปีศาจแดงอีกด้วย
  • อันดับที่ 6 สโมสรทอตแนม ฮอตสเปอร์ ด้วยผลรวม 59 คะแนน ซึ่งในฤดูกาลที่ผ่านมามีโอกาสเป็นถึงรองแชมป์ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก พร้อมคว้าอันดับที่ 4 ในฟุตบอลพรีเมียร์ลีก แต่ไม่ใช่ฤดูกาลนี้ ทีมไก่เดือยทองล้มเหลวอย่างหนักด้วยปัจจัยรอบด้านทั้งตัวนักเตะเองและการบริหารงานของสโมสร หลังจากแข่ง 12 นัดสามารถเก็บชัยชนะได้เพียง 3 นัด ทางสโมสรจึงตัดสินใจปลด เมาริซิโอ โปเชตติโน ออกจากการเป็นกุนซือ และจ้าง โชเซ มูรินโญ มาเป็นผู้จัดการทีมแทน แม้มูรินโญสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ทีมดีขึ้นได้แต่ด้วยสภาพที่บอบซ้ำของตัวนักเตะในทีมทำให้ผลงานหลุดไปจากกลุ่มบนของตาราง ก่อนที่จะกลับมาได้อีกครั้งในช่วงท้ายหลังสถานการณ์โควิด-19 แต่ก็ไม่ทันที่จะได้ตั๋วไปแข่งยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก อีกครั้ง

นักเตะภายในทีมมีเพียงแฮร์รี่ เคน ที่ยังคงรักษามาตรฐานด้วยการยิงประตูไปถึง 17 ประตูในลีกและซอน เฮืองมิน ก็ยังคงช่วยให้ทีมมีมิติเกมรุกได้มากโดยยิงไป 11 ประตู ซึ่งส่งผลดีให้ทีมไก้เดือยทอง สเปอร์ยังไม่ตกลงไปในอันดับเลขสองตัว การอยู่ในอันดับนี้ส่งผลดีพอสมควรเพราะสามารถตีตั๋วเข้าไปชิงถ้วยในรายการยูโรปาลีกได้สำเร็จแม้จะเฉียดฉิวมากก็ตาม เพราะนับแต้มผลต่างได้เสียประตูที่ดีกว่าทีมวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์สเพียง 3 ลูกเท่านั้น

  • อันดับที่ 8 อาร์เซนอล ด้วย 56 คะแนน ผลงานเริ่มต้นฤดูกาลถือว่าไม่ดีเท่าที่ควรแม้จะหานักเตะเข้ามาเสริมทัพและใช้จ่ายเงินไปเป็นจำนวนมาก จนช่วยท้ายปี 2019 มิเกล อาร์เตตา เข้ามาทำหน้าที่เป็นกุนซื้อให้กับทีม แต่ก็สร้างผลงานใน พรีเมียร์ลีก ได้ไม่ต่างไปจากเดิม แต่อย่างน้อยสิ่งที่สามารถปลอมใจแฟนๆ ทีมปืนใหญ่ได้ก็คือการผ่านเข้ารอบชิงกับเซลซีในเอฟเอคัพและสามารถทำได้สำเร็จด้วยการชนะเอซลซีไป 2 ประตูต่อ 1 ประตู

ทีมที่คะแนนอยู่นอกตารางและตกชั้นใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

3 ทีมที่ตกชั้น พรีเมียร์ลีก ได้แก่เอเอฟซี บอร์นมัธ ด้วยคะแนน 34 คะแนน หลังจากโลดแล่นในพรีเมียร์ลีกได้ถึง 5 ฤดูกาลตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา ผลงานในฤดูกาลนี้ไม่แน่นอนและยิ่งแพ้ติดต่อกันหลายนัดยิ่งทำให้ นักเตะเสียขวัญและเสียรูปเกมต่อเนื่องทุกนัด

ทีมที่สองที่ตกชั้นคือ ทีมวัตฟอร์ด ซึ่งมีเพียง 34 คะแนน สามารถเก็บชัยชนะครั้งแรกได้หลังจากที่ลงสนามไปแล้วถึง 12 เกมกับทั้งทีมยังมีการเปลี่ยนตัวกุนชืออย่างต่อเนื่อง ฤดูกาลเดียวเปลี่ยนไปแล้ว 3 คน และทีมที่สามทีมสุดท้ายคือนอริช ซิตี้ ด้วยคะแนน 21 คะแนน แม้เริ่มต้นฤดูกาลด้วยการเอาชนะแทนเชสเตอร์ซิตี้ได้ แต่หลังจากนั้นแพ้รูดมาตลอด โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์โควิด19 นอริช ชิตี้แพ้ติดต่อกัน 8 นัดรวด

ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นเป็นภาพรวมของ พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลที่ผ่านมา ส่วนฤดูกาล 2020-2021 ที่กำลังจะเริ่มขึ้น ยังมีการเปลี่ยนแปลงภายในทีมแต่ละสโมสรอีกมากมาย ไม่แน่ว่าฤดูกาลต่อไปอันดับ 1 อาจจะไม่ใช่หงษ์แดงก็เป็นไปได้

อ่านข่าวฟุตบอลต่างประเทศ :: ข่าวฟุตบอลวันนี้

ข่าวฟุตบอล :: ข่าวฟุตบอลก่อนหน้านี้

เว็บดูบอลออนไลน์ :: ดูบอลออนไลน์ฟรี

เรื่องแนะนำ